ใช่ว่าไม่สำคัญ




    [ ๑ ]
  ครั้งหนึ่งมีการเทศน์ ๒ ธรรมาสน์   ระหว่างพระหนุ่มซึ่งผ่านการเรียนเขียนอ่านมามากกับพระหลวงตาที่อยู่ตามชนบท  ชาวบ้านต่างสนุกสนานในการฟังการตอบปัญหาทุกครั้งของมหาหนุ่ม  จนกระทั่งหลวงตาเริ่มจนมุมในคำถาม   และคำตอบที่มหาหนุ่มแสดงออกไป
เมื่อหลวงตาเห็นท่าจะไม่ไหว   กลัวจะเสียหน้าเพราะถามอะไรมหาหนุ่มก็ตอบได้หมด    ก็เริ่มคิดแผนเด็ดมาหักล้างให้ได้   เพื่อศักดิ์ศรีของหลวงตาจึงถามปัญหาไปว่า
“ท่านมหา”
“ครับผม”
“ขึ้นชื่อว่าพระ   ต้องบิณฑบาตใช่ไหม ?”
“ใช่ครับ”   มหาหนุ่มตอบแบบซื่อๆ
พอมาถึงตรงนี้   หลวงตาได้จังหวะก็ตอบโต้ทันที
“แล้วพระอาทิตย์ไปบิณฑบาตที่ไหน ?”
“แล้วใครเป็นอุปัชฌาย์ให้จึงเรียกว่าพระอาทิตย์ ?”
เจอไม้นี้   มหาหนุ่มแทบลมจับหาคำตอบเกือบไม่ได้เหมือนกัน

 [ ๒ ]
มีคนเลี้ยงแมวอยู่คนหนึ่งเลี้ยงแมวไว้ ๒ ตัว  ตัวหนึ่งใหญ่ตัวหนึ่งเล็ก   กลางคืนมันชอบออกไปข้างนอก   เขารำคาญที่จะต้องคอยเปิดประตูให้มันเข้าออกเวลาจะถ่าย   จึงคิดหาวิธีที่จะเจาะรูให้มันออกได้ทั้ง ๒ ตัว   พอคิดได้ดังนั้นก็จัดการสั่งช่างผู้จบ ป.๔ ว่า
“ให้เจาะรู ๒ รูนะ   รูหนึ่งให้เจาะใหญ่   อีกรูหนึ่งเจาะเล็กๆ พอ”
“ทำไมถึงเจาะตั้ง  ๒  รูครับ ?”   ช่างถาม
“อ้าว   ตัวใหญ่ก็ให้ออกทางรูใหญ่   ตัวเล็กก็ออกทางรูเล็กนะซิ”  
“เจาะรูใหญ่รูเดียวมันก็ออกได้ทั้ง  ๒   ตัวแล้วครับนาย”  ช่างบอก
คนเลี้ยงแมวถึงกับยิ้มให้ความฉลาดน้อย (โง่) ของตัวเอง

 [ ๓ ]
มหาบัณฑิตท่านหนึ่งบรรทุกของใส่รถสูงเกินไป   ขับไปเจอสะพานเข้า   ไม่สามารถผ่านไปได้   เพราะบรรทุกของสูงเกินประมาณครึ่งนิ้ว    จึงลงมาคิดวิเคราะห์ว่า    จะทำอย่างไรดีจึงจะทำให้รถวิ่งผ่านไปได้     คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก    ขณะนั้นมีชาวนาคนหนึ่งชื่อตาสี   เลี้ยงควายอยู่แถวนั้นทราบเรื่องเข้า   จึงมาถามและแนะนำว่า
“ให้ปล่อยลมยางลงนิดหนึ่งรถก็จะผ่านไปได้”   
มหาบัณฑิตยิ้มทันทีและนึกไม่นึกว่าจะง่ายขนาดนี้