อย่ารอโอกาส แต่จงวิ่งหาโอกาส




  [ ๑ ]
 มีชาวนาคนหนึ่งกำลังไถนาอย่างเป็นปกติวิสัยของเขา  ในขณะที่กำลังไถนาอยู่นั้น   มีกระต่ายโชคร้ายตัวหนึ่งวิ่งมาชนตอไม้ที่อยู่ใกล้ชาวนาด้วยความเร็ว   แล้วนอนดิ้นๆ ชักตายต่อหน้าชาวนา   เขาก็เลยมีความคิดว่า
 “ต่อไปนี้เราไม่ต้องทำนาอีกแล้ว   นั่งรอกระต่ายวิ่งมาชนตอไม้แล้วเอาไปขายดีกว่า”
 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา   ชาวนาก็เลิกทำนา    แล้วมานั่งรอกระต่ายให้วิ่งมาชนตอ    เพื่อที่จะนำกระต่ายไปขาย     แต่ก็ไม่มีกระต่ายโชคร้ายตัวใดวิ่งมาชนตอตามที่เขาปรารถนาอีกเลย  

 [ ๒ ]
  มีชายหนุ่มหน้าตาอิดโรยเพราะความหิวคนหนึ่งเดินผ่านต้นมะม่วง   เผอิญมีมะม่วงสุก ๒  ลูกหล่นลงมาพอดี   แกจึงเดินไปเก็บไว้   แต่แทนที่จะปลอกเปลือกมะม่วงแล้วกินเพื่อประทังความหิว    เขากลับนั่งแหงนหน้าดูต้นมะม่วงนั้นอยู่เป็นเวลานาน
 ผู้เฒ่าคนหนึ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มนั่งแหงนหน้ามองต้นมะม่วงอยู่นานสองนาน    ก็เลยเดินเข้าไปถาม
 “พ่อหนุ่ม   เอ็งกำลังทำอะไร ?”
 “กำลังรออยู่ว่าเมื่อไรข้าวเหนียวจะหล่นลงมาสักที”   
 “แล้วเมื่อไรเอ็งจะเจอวะ ?”   
 “ไม่เจอก็ไม่เป็นไรลุง  ฉันก็จะนั่งรอจนกว่าข้าวเหนียวจะหล่นมานั่นแหละ”   ชายหนุ่มตอบด้วยความเชื่อมั่น
  ผู้เฒ่าก็ทำหน้างงๆ แล้วก็เดินเกาหัวกลับไป   ด้วยความไม่เข้าใจในความคิดของไอ้หนุ่มคนนั้น