รวมปัญหา ถาม – ตอบ พุทธประวัติ 50 ข้อ




แบบทดสอบพุทธประวัติ  ชิงทุนการศึกษา

วันรวมศิษย์พระธรรมวิทยากร

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย

พ.ศ.  2530

——————————

1.    อินเดียในสมัยพุทธกาล  เรียกว่า                ชมพูทวีป        อยู่ทางทิศ  ตะวันตกเฉียงเหนือ

       ของประเทศไทย

2.    ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปประกอบด้วย      4    ประเทศ  คือ  อินเดีย  เนปาล  ปากีสถาน   บังคลเทศ

3.    ชนชาติที่อาศัยอยู่ในชมพูทวีป  มี     2    ชาติ        1.         มิลักขะ             อาศัยอยู่ก่อน

                                                                                    2.         อริยกะ             อาศัยอยู่ทีหลัง

4.    ชมพูทวีปแบ่งออกเป็น      2          เขตใหญ่ๆ  คือ             1.  มัธยมประเทศ    เป็นที่อยู่ของพวกอริยกะ  2.   ปัจจันตประเทศ                เป็นที่อยู่ของพวกมิลักขะ

5.    ชมพูทวีปในสมัยนั้นประกอบด้วย            16        แคว้น

6.    คำว่า  “อริยกะ”  หมายถึง              ชาติที่เจริญแล้ว

7.    การปกครองสมัยนั้นเป็นแบบ      สามัคคีธรรม                สมบูรณาญาสิทธิราชย์

8.    ประชาชนในชมพูทวีปแบ่งออกเป็น         4          วรรณะคือ        กษัตริย์   พราหมณ์   แพศย์    ศูทร

9.    วรรณะกษัตริย์       มีหน้าที่                       ปกครองบ้านเมือง  และเป็นนักรบ

       วรรณะพราหมณ์   มีหน้าที่                        ทำพิธีกรรมทางศาสนา

       วรรณะแพศย์         มีหน้าที่                        พ่อค้าแม่ค้า      ทำนาทำสวน

       วรรณะศูทร           มีหน้าที่                        คนรับใช้          กรรมกร

10.  หากมีกรณีที่คนต่างวรรณะแต่งงานกัน  ลูกที่เกิดมาเรียกว่า         จัณฑาล

11. คนในสมัยนั้นสนใจวิชาธรรมเป็นอันมาก  มีความเห็นขัดแย้งกันเป็น     2          เรื่อง  คือ

       1.  ถือว่าตายแล้วเกิด   และตายแล้วสูญ

  1. สุขทุกข์เกิดขึ้นเพราะปัจจัย

12.  พระเจ้าโอกากราชมีราชบุตร        4          พระองค์  และราชบุตรี            5          พระองค์

       ทั้ง  9  พระองค์ไปสร้างพระนครชื่อ  กบิลพัสดุ์   เพราะเป็นที่อยู่ของ   กบิลดาบส

13.  พระเจ้าปู่ของเจ้าชายสิทธัตถะ      พระนามว่า                  พระเจ้าสีหนุ

       พระเจ้าย่าของเจ้าชายสิทธัตถะ     พระนามว่า                  พระนางกัญจนา

       พระเจ้าตาของเจ้าชายสิทธัตถะ    พระนามว่า                  พระเจ้าอัญชนะ

       พระเจ้ายายของเจ้าชายสิทธัตถะ   พระนามว่า                  พระนางยโสธรา

14.  พระเจ้าสุทโธทนะ    เป็นโอรสของ                                   พระเจ้าสีหนุ

       กับพระนาง                                                                       พระนางกัญจนา

15.  พระนางสิริมหามายา   เป็นราชธิดาของ    พระเจ้าอัญชนะ   กับพระนาง  พระนางยโสธรา

       เป็นราชธิดาของเมือง        เทวทหะ

16.  พระราชบิดาพระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ  คือ      พระเจ้าสุทโธทนะ

       และพระนางสิริมหามายา

17.  เจ้าชายสิทธัตถะ มีน้องร่วมบิดาเดียวกัน               2          พระองค์คือ   นันทะกับรูปนันทา

18.  เจ้าชายสิทธัตถะ มีน้องต่างมารดา            2          พระองค์คือ      นันทะกับรูปนันทา

19.  พระมาตุจฉาของเจ้าชายสิทธัตถะ  คือ                  พระนางปชาบดีโคตมี

       พระมารดานม  คือ                                                พระนางปชาบดีโคตมี

       พระน้านาง   คือ                                                    พระนางปชาบดีโคตมี

20.  พระนางปชาบดี   เป็นธิดาของเมือง                      เทวทหะ

       พระนางพิมพา      เป็นธิดาของเมือง                     เทวทหะ

21.  คำว่า  “สิทธัตถะ”  แปลว่า                        ผู้มีความต้องการสำเร็จ

22.  โอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ  พระนามว่า                ราหุล               แปลว่า        บ่วงหรือห่วง

23.  เจ้าชายสิทธัตถะ  เป็นเชื้อชาติ                               อริยกะ

24.  เจ้าชายสิทธัตถะ  เสด็จลงสู่พระครรภ์ของมารดา   เมื่อเวลาใกล้    รุ่ง   วัน   พฤหัสบดี   ขึ้น  15  ค่ำ  เดือน   8    ปี   ระกา

25.  เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติจากพระครรภ์พระมารดาเมื่อเวลา   ใกล้เที่ยง  วัน  ศุกร์     ขึ้น    15        ค่ำ   เดือน     6          ปี   จอ    ก่อนพุทธศก              80       ปี

26.  เจ้าชายสิทธัตถะ  ประสูติที่    สวนลุมพินี   อยู่ระหว่างเมือง   เทวทหะ     กับเมือง   กบิลพัสดุ์

       ปัจจุบันอยู่ในแขวน   เปชวาร์    ตำบล   ลุมมินเด   ประเทศ    เนปาล

27.  ประสูติได้             3          วัน   มี              อสิตดาบส       เข้ามาเยี่ยม

       ประสูติได้             5          วัน   ได้เชิญพราหมณ์          108          คน  มาฉันอาหารและให้ทำนายพระลักษณะ

28.  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้  7  วัน  มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น    พระมารดาทิวงคต

29.  พราหมณ์ทั้ง  7   คน  ทำนายเป็น     2     นัย  คือ    ถ้าอยู่ครองฆราวาสจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ   และถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก

30.  ใครเป็นผู้ทำนายว่าจะต้องออกบวชแน่นอน         โกณฑัญญพราหมณ์

31.  ครูคนแรกของเจ้าชายสิทธัตถะ  คือ                      ครูวิศวามิตร

32.  เจ้าชายสิทธัตถะ ได้ไปศึกษาในสำนักของครูวิศวามิต   เมื่อพระชนมายุ       7      พรรษา

33.  พระเจ้าสุทโธทนะทรงสร้างปราสาท   3   หลังให้เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะพระชนมายุ   16   พรรษา

34.  เจ้าชายสิทธัตถะ อภิเษกสมรสเมื่อพระชนมายุ     16        กับพระนาง  พิมพาหรือยโสธรา

35.  เจ้าชายสิทธัตถะ ได้พระโอรสเมื่อพระชนมายุ      29        พรรษา

36.  เจ้าชายออกบวชเมื่อพระชนมายุ                            29        พรรษา

37.  ทรงเสด็จออกบวชที่ริมฝั่งแม่น้ำ                           อโนมา

38.  ผู้ติดตามในวันออกบวช  คือ                     นายฉันนะ       ทรงม้าชื่อ        กัณฐกะ

39.  มูลเหตุที่ออกบวช   เพราะ   เห็นเทวทูต  4  ได้แก่ คนแก่   คนเจ็บ   คนตาย  และสมณะ

40.  หลังจากที่เสด็จออกบวชแล้ว  ทรงประทับอยู่ที่       ป่าอนุปิยอัมพวัน   เป็นแห่งแรก

41.  เจ้าชายสิทธัตถะ   ออกบวชด้วยวิธี     อธิษฐานเพศเป็นบรรพชิต

42.  ผู้ที่นำอัฏฐบริขารมาถวายเจ้าชายสิทธัตถะ    คือ    ฆฏิการพรหม

43.  พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ที่อนุปิยอัมพวันได้   7   วัน แล้วจึงเสด็จไปยังกรุง   ราชคฤห์   แคว้น  มคธ        มี   พระเจ้าพิมพิสาร               เป็นผู้ปกครอง

44.  พระเจ้าพิมพิสาร   ได้ขอปฏิญญากับพระพุทธเจ้า  ว่า   ถ้าพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว  ขอให้เสด็จมาโปรดข้าพระองค์

45.  พระเจ้าพิมพิสาร  ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า  อยากทราบว่าธรรมนั้นชื่ออะไร.

       อนุปุพพีกถา  กับอริยสัจ  4

46.  วัดแรกในพระพุทธศาสนา  ชื่อ  วัดเวฬุวัน          พระเจ้าพิมพิสาร         เป็นผู้สร้างถวาย

47.  พระพุทธเจ้า หลังจากบวชแล้ว  ได้ไปศึกษาในสำนักของดาบส      2      ท่าน  คือ

       อาฬารดาบส         กับ       อุทกดาบส

48.  จนเรียนจบถึงขั้น              สมาบัติ  8        คือ   รูปฌาณ  4    และ  อรูปฌาณ  4

49.  พระพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรครั้งยิ่งใหญ่  ที่เรียกว่า         ทุกกรกิริยา      หมายถึง

       การกระทำที่อยากยิ่ง

       ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ตำบล           อุรุเวลาเสนานิคม         รวมเป็นเวลา               6          ปี

       จึงได้ตรัสรู้

50.  พระธรรมที่ตรัสรู้    เรียกว่า          อริยสัจ   4        ได้แก่   ทุกข์     สมุทัย   นิโรธ  มรรค

 

——————————————–

www.สื่อการสอน.com

ดาวน์โหลดสื่อการสอน